http://www.bangkokbiznews.com /home/detail/business/media/20120519/452480/ศึก-กล่องทีวีดาวเทียม-ดุ-อา ร์เอสส่ง-ซันบ็อกซ์-บูมลาลีกา.html
หลังสองค่ายคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ รายใหญ่วงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์ "แกรมมี่-อาร์เอส" เดินหน้าปั้นธุรกิจ "ทีวีดาวเทียม" รูปแบบ "ฟรี ทู แอร์"
รับยุคเปิดเสรีแพลตฟอร์มการรับชมทีวีของครัวเรือนไทย ที่ปรับเปลี่ยนไปสู่การรับชมผ่านสมาชิกเคเบิลทีวีและจานรับสัญญาณดาวเทียมในอัตรา 70% ทั่วประเทศในปัจจุบัน
ในช่วงกลางปีนี้ จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับชมช่องรายการไปสู่ระบบ "เพย์ ทีวี" อย่างชัดเจนในกลุ่มคอนเทนท์ลิขสิทธิ์กีฬา ที่ไม่สามารถรับชมได้ฟรีได้อีกต่อไป โดย "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ประกาศตัวเข้าสู่แพลตฟอร์ม โอเปอเรเตอร์ ด้วยการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม Gmm Z ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือหลัก ก้าวสู่ธุรกิจเพย์ ทีวีในปีนี้
ข้างฝ่าย "อาร์เอส" ที่คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล “ลาลีกา สเปน” 3 ฤดูกาล ปี 2012-2015 เริ่มถ่ายทอดสดฤดูกาลแรก ส.ค.นี้
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส ได้ประกาศแผนการทำตลาดเพย์ ทีวี ในการบริหารลิขสิทธิ์ลาลีกาช่วง 3 ฤดูกาลนี้ ผ่านรูปแบบการรับชม ช่องทีวีดาวเทียมช่องใหม่ "อาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา" สำหรับการรับชมถ่ายทอดสดครบ 380 แมทช์ ตลอดฤดูกาล ด้วยแพ็คเกจค่าบริการรับชมเดือนละ 100 บาท โดยสามารถรับชมได้ผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่มีอยู่ในตลาด ทั้งระบบ ซีแบนด์ และเคยูแบนด์ มีการเข้ารหัส หรือ Conditional Access : CA ปัจจุบันมีอยู่ในตลาดประมาณ 3.5 ล้านกล่อง คือ กล่องดีทีวี 1 ล้านกล่อง และ พีเอสไอ 2.5 ล้านกล่อง
รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของอาร์เอส ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ คือ การทำตลาด "กล่องรับสัญญาณดาวเทียม" Sun Box สำหรับการรับชมการแข่งขัน ลาลีกา สเปน 2012-2015 และ ฟุตบอลโลก 2014 ได้ฟรี!! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน
โดยกล่องซันบ็อกซ์ สามารถใช้ได้กับจานซีแบนด์ และ เคยู แบนด์ คาดว่าราคาจำหน่ายจะอยู่ที่ 1,590 บาทเท่ากับกล่องรุ่นอื่นๆ ในตลาด โดยชูจุดเด่นคอนเทนท์ชมฟรี ลาลีกา และฟุตบอลโลก มาใช้กระตุ้นยอดขายแข่งกับกล่องรุ่นอื่นๆ โดยอาร์เอส ได้จับมือเป็นพันธมิตรกลุ่ม BiG4 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจานรับสัญญาณดาวเทียม ประกอบไปด้วย อินโฟแซท ไอเดียแซท ลีโอแทค และไทยแซท เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายกล่องซันบ็อกซ์ ทั่วประเทศ
ขณะที่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กำลังโหมปั้นยอดขาย "จีเอ็มเอ็ม แซท" ในจังหวะที่การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ลิขสิทธิ์ที่อยู่ในมือกำลังจะเริ่มขึ้นในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้
ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่าในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้ บริษัทเตรียมออกแคมเปญร่วมกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโทรทัศน์ อย่าง "ซัมซุง" และผู้ให้บริการโทรศัพท์ "เอไอเอส" เพื่อกระตุ้นยอดขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ซึ่งเป็นกล่องรับสัญญาณเดียวที่รับชมการแข่งขันยูโร 2012 ได้ฟรี!! คาดว่ากล่องจีเอ็มเอ็ม แซท จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีในช่วงที่มีการแข่งขัน
ยอดขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.7 แสนกล่อง โดยตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.เป็นต้นไป จะมีสปอนเซอร์ที่สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 หลายราย เช่น ฮอนด้า เครื่องดื่มโค้ก เตรียมสั่งซื้อกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท แบบบิ๊กล็อต ในราคาพิเศษ รายละ 1-3 แสนกล่อง เพื่อนำไปจัดแคมเปญส่งเสริมการขายให้กับผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ระบบขายตรง จึงเชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายทั้งปีนี้ ได้ตามเป้าหมาย 2 ล้านกล่อง
“ยอมรับว่าเป้าหมาย 2 ล้านกล่อง เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เป้าหมายมีไว้พุ่งชน เรายังมีบันไดอีกหลายขั้นในการทำเป้าให้ถึง 2 ล้านกล่อง ทั้งฟุตบอลยูโร ที่สามารถช่องได้ฟรี และระบบเอชดี เฉพาะกลุ่มนี้น่าจะมีผู้บริโภคหลายแสนคน และในเดือน ก.ค.นี้ จะเปิดตัวกล่องรุ่นมินิ ราคาถูกต่ำกว่า 1,000 บาท คาดว่าจะสร้างยอดขายได้จำนวนมาก”
หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ในเดือน ก.ค.นี้ จะเริ่มรุกเข้าสู่ธุรกิจ "เพย์ ทีวี" ระบบเติมเงิน ผ่านกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท เพื่อให้ทางเลือกแก่ผู้ชม ที่ต้องการดูคอนเทนท์กีฬาและบันเทิง ราคาไม่แพง กับแพ็คเกจ 6 ช่องกีฬา เดือนละ 300 บาท และ 4 ช่อง บันเทิง เดือนละ 200 บาท
ภายใต้ยุทธศาสตร์การรุกเข้าสู่ธุรกิจ "เพย์ทีวี" ของทั้งสองค่ายใหญ่ "แกรมมี่-อาร์เอส" ต่างมุ่งใช้กลยุทธ์ลิขสิทธิ์คอนเทนท์กีฬาฟุตบอล ที่อยู่ในความสนใจของผู้ชม มาใช้ขยายฐานสมาชิก พร้อมกับสร้างแพลตฟอร์ม "กล่องรับสัญญาณดาวเทียม" เป็นของตัวเอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรับชมและจ่ายเงินผ่านระบบสมาชิก ที่จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธุรกิจเพย์ทีวี
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
"ทรู วิชั่นส์" เตรียมงบฯ 4 พันล้านลุยประมูลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลั่นไม่หวั่นคู่แข่ง แกรมมี่-สยามกีฬา จับตา ช่อง 7 โดดร่วมวง เผยมั่นใจคว้าสิทธิ์ต่อ ล่าสุดเขย่าตลาดเพย์ทีวี โปรโมชั่นแรง ตามติดปีศาจแดงลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษทุกนัด ควบไทยพรีเมียร์ลีก แค่เดือนละ 300 บาท
ถึงขณะนี้ดูเหมือนว่าการประมูลซื้อสิทธิ์ การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะทวีความ คึกคักมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงเฉพาะเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม "ทรูวิชั่นส์" แต่ยังมียักษ์บันเทิงอย่าง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ หรือล่าสุด สยามสปอร์ต ซินดิเคท เจ้าของหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ที่จะจับมือกับกลุ่มบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น รวมทั้งมีกระแสข่าวว่า อาร์เอส ก็เป็นอีกค่ายหนึ่งได้เตรียมงบฯก้อนโตสำหรับการเข้าร่วมประมูลครั้งใหม่ที่ จะเริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ นายองอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่เปิดเผยว่า สำหรับทรูวิชั่นส์ขณะนี้ได้เตรียมงบประมาณในการประมูลพรีเมียร์ลีกไว้ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะได้ลิขสิทธิ์นี้มาครอง เพราะว่าธุรกิจของทรูวิชั่นส์มีสมาชิกและจำนวนผู้ชม หรืออายบอลเป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีฐานสมาชิกที่แข็งแกร่งราว 2 ล้านราย ซึ่งตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญกับเจ้าของลิขสิทธิ์ค่อนข้างมาก และในจำนวนนี้เป็นกลุ่มพรีเมี่ยม 25% (แพ็กเกจโกลด์ แพลทินั่ม) และเป็นกลุ่มที่ทำรายได้ให้บริษัทเป็นสัดส่วนถึง 75% "การแข่งขันใน ด้านคอนเทนต์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีการแย่งชิงกันอย่างหนัก เพราะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจนี้เติบโตไปได้ และการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง แกรมมี่ อาร์เอส ฯลฯ จะทำให้ตลาดตื่นตัวและเกิดเป็นกระแส น่าจะทำให้ภาพรวมของตลาดเติบโตขึ้นไม่น้อยกว่า 30% ในส่วนของธุรกิจเพย์ทีวี" ขณะที่แหล่งข่าวในวงการเคเบิลทีวีรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจจะเข้าร่วมประมูลซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในรอบแรก ในเดือนพฤษภาคมนี้ประมาณ 4-5 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการไทย 3 ราย ต่างประเทศ 2 ราย ขณะที่ทราบแน่ชัดแล้ว 2 ราย คือทรูวิชั่นส์ เจ้าของลิขสิทธิ์เดิมและแกรมมี่ซึ่งถือเป็นค่ายใหญ่ ที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมทางด้านการเงิน ส่วนรายอื่น ๆ ที่สนใจเท่าที่ทราบก็มี อาร์เอส, กลุ่มสยามสปอร์ต รวมทั้งเวิร์คพอยท์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทขนาดเล็ก ผลประกอบการต่อปีอยู่ที่หลัก 2,000-3,000 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้การทุ่มงบฯในการประมูลอาจเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตามยังมีผู้ ประกอบการอีกรายที่ดูน่ากลัวและอาจจะลงมาประมูลแข่งด้วย คือช่อง 7 เนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องเม็ดเงินที่จะประมูล เพราะล่าสุดช่อง 7 เพิ่งประมูลได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลเอฟเอคัพของอังกฤษ โดยชนะทรูวิชั่นส์ และซีทีเอช (บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด) "การ แข่งขันดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลให้ราคาประมูลพรีเมียร์ลีกสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับ ครั้งที่แล้ว และอาจจะเป็นตัวเลขที่สูงถึง 4,000 ล้านบาท" ด้านนายวิ ลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือกีฬา "สยามกีฬา" กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า บริษัทมีความพร้อมและสนใจจะประมูลซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในครั้ง นี้เช่นกัน แต่ทั้งนี้คงต้องหารือกับบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น พันธมิตรด้วย ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ประกาศจะใช้งบฯ 2,000-3,000 ล้านบาท ในการประมูลซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสำหรับ 3 ฤดูกาลข้างหน้า โดยการประมูลดังกล่าวจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร |
วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ทรูวิชั่นส์ ไม่หวั่น แกรมมี่จ้องคว้าสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก ย้ำพร้อมป้องลิขสิทธิ์คอนเทนต์ดี ในราคาที่คุ้มค่า ชูจุดแข็งฐานสมาชิก และประสบการณ์ ล่าสุด คว้าเอ็กซ์คลูซีฟ ลิขสิทธิ์บีบีซี เพิ่ม 4 ช่อง เอาใจฐานสมาชิกแพลทินัม และโกลด์ แพ็กเกจ มั่นใจเพิ่มได้อีกไม่ต่ำกว่า 10%
ด้านจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศทุ่มไม่อั้น ซื้อคอนเทนต์คุณภาพ พร้อมลุยลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ชูจุดแข็งบริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่พร้อมซัพพอร์ตการตลาด สร้างฐานสมาชิกผ่านกล่องวันสกาย 1.5 ล้าน สิ้นปีนี้
นายองอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายคอมเมอร์เชียล บมจ.ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า จากแนวทางการพัฒนาธุรกิจของทรูวิชั่นส์ เน้นย้ำการคัดเลือกคอนเทนต์ที่ดีมานำเสนอให้กับสมาชิก ด้วยความพร้อมทั้งด้านฐานสมาชิก และอินฟราสตรักเจอร์ รวมทั้งการบริหารคอนเทนต์ให้เกิดมูลค่า ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเติมคอนเทนต์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มคอนเทนต์ช่องเอชดี จากปัจจุบัน 11 ช่อง เป็น 20 ช่อง จากช่องรายการปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 127 ช่อง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณเดิม เป็นกล่องอัจฉริยะรุ่น "ทรูวิชั่นส์ รุ่น เอชดี พลัส" ซึ่งบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท จะทำให้ทรูวิชั่นส์ สามารถเพิ่มช่องใหม่ และรายการคุณภาพระดับโลกด้วยระบบดิจิตอลได้อีก โดยเริ่มเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณให้สมาชิกแพ็กเกจ แพลทินัม โกลด์ และซิลเวอร์ ภายในระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2554 ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนไปแล้วประมาณ 2 แสนกล่อง และคาดว่าจะเปลี่ยนครบทั้งหมดกว่า 4 แสนกล่องได้ภายในกลางปีนี้ และหลังจากการเปลี่ยนกล่องทั้งหมด จะทำให้ผู้รับชมช่องสัญญาณทรูวิชั่นส์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่สามารถรับชมได้อีก
ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์คอนเทนต์ใหม่ๆ ล่าสุด ได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการจากบีบีซีเพิ่มอีก 4 ช่อง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1 ช่อง ได้แก่ ช่อง BBC Knowledge, BBC Lifestyle, BBC Entertainment และ Cbeebies และสำหรับลิขสิทธิ์ใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์รายการประเภทใดบ้าง ส่วนลิขสิทธิ์กีฬา เช่น พรีเมียร์ลีก ที่จะมีการแข่งขันในช่วงกลางปีนี้ และคาดว่าจะมีคู่แข่งขันรายใหม่ เช่น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้าร่วม ทางทรูวิชั่นส์ ถือว่ามีความพร้อมที่จะแข่งขัน
นายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การแข่งขันซื้อลิขสิทธิ์กีฬา เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนที่แต่ละบริษัทนำเสนอให้ แต่จะมีเรื่องของความพร้อมในด้านอื่นๆ เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา รวมทั้งผลตอบแทนที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับกลับไป ซึ่งทรูวิชั่นส์มีความพร้อมทั้งจากฐานสมาชิก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านราย และจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ในสิ้นปีนี้ รวมทั้งประสบการณ์ในการพัฒนาคอนเทนต์ และพัฒนาตลาดให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์
สำหรับมูลค่าการแข่งขันที่จะซื้อลิขสิทธิ์ ทรูวิชั่นส์ จะดูที่ความเหมาะสมและความคุ้มค่าคุ้มราคา ถ้าบริษัทอื่นยอมทุ่มเงินจำนวนสูงๆ แล้วทรูวิชั่นส์เห็นว่าเป็นราคาที่ไม่เหมาะสม ก็จะปล่อยคอนเทนต์นั้น แต่เชื่อว่าความสำเร็จของทรูวิชั่นส์ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่ทรูวิชั่นส์สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาคอนเทนต์มากกว่า 20 ปี
นายอรรถพล กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทรูวิชั่นส์ต้องวางกลยุทธ์การซื้อคอนเทนต์ในช่วง 3-4 ปีนี้ เพื่อทำให้สมาชิกทั้งหมดไม่ยกเลิก ไม่ย้ายแพลตฟอร์ม การเลือกซื้อลิขสิทธิ์รายการ เราต้องบริหารไม่ให้ต้นทุนสูงเกินไป ซึ่งเปย์ทีวีส่วนใหญ่ต้นทุนการซื้อคอนเทนต์จะไม่เกิน 30% ของรายได้ ซึ่งที่ผ่านมา สามารถบริหารจัดการคอนเทนต์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทมีคอนเนกชันที่ดีกับเจ้าของลิขสิทธิ์ ทำให้การซื้อลิขสิทธิ์เพิ่ม ไม่ได้เป็นต้นทุนที่สูงเกินจริง
ด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า บริษัทใช้งบลงทุนไม่อั้นสำหรับการซื้อคอนเทนต์ โดยบริษัทจะเข้าประมูลรายการถ่ายทอดสดกีฬาทุกประเภท รวมทั้งลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเตรียมเปิดประมูลเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นต้องมีสตราทิจิก พาร์ตเนอร์ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าการเจรจาจะสรุปภายในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมเปิดตัวแผนธุรกิจทั้งหมดของวันสกาย
นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจกีฬาและพัฒนาธุรกิจ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า จากงบด้านคอนเทนต์ 2,100 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้จัดสรรคอนเทนต์ดังกล่าว เพื่อให้บริการในช่องทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก (Pay TV) และแบบรับชมเป็นรายครั้ง (Pay-Per-View) ของกล่อง วันสกาย ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนมีนาคมนี้ โดยจะมีช่องกีฬาทั้งหมด 6 ช่อง แพ็กเกจละ 350 บาทต่อเดือน ได้แก่ ช่องจีเอ็มเอ็มสปอร์ต, ASN กีฬาอเมริกา, ยูโร สปอร์ต และสปอร์ต พลัส ที่ร่วมมือกับ LIVE TV อีก 3 ช่อง ซึ่งมีแผนจะเปิดเพิ่มเป็น 13 ช่อง ภายใน 3 ปี และแพ็กเกจเอนเตอร์เทน 4 ช่อง ราคาแพ็กเกจ 200 บาทต่อเดือน ได้แก่ ช่องแกรมมี่มูฟวี่ฮิต, ซีรีส์, การ์ตูน และสารคดี ซึ่งช่วงแรกเปิดให้ชมฟรี และจะเริ่มเก็บค่าบริการประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับคอนเทนต์กีฬา ขณะนี้แกรมมี่ถือลิขสิทธิ์อยู่กว่า 20 รายการ อาทิ ยูโร 2012, Carling Cup, ฺBundesliga, แชมเปียนส์ลีก อังกฤษ ดิวิชัน 1, Copa do Brasil, J League, League ฝรั่งเศส, Football Friendly Match, Arsenal TV, AC Milan TV, Dortmund, PSG TV, MUTV, ATP, WTA Tour, TV แบดมินตันโลก, Table Tennis World Series, AIBA Boxing Champions โดยคอนเทนต์ที่คัดเลือกมา จะเป็นคอนเทนต์ที่คนไทยให้ความสนใจ และมีคนไทยไปแข่งขัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ คือ Asian Hero ไทยฮีโร่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,711 5-8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ด้านจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศทุ่มไม่อั้น ซื้อคอนเทนต์คุณภาพ พร้อมลุยลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ชูจุดแข็งบริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่พร้อมซัพพอร์ตการตลาด สร้างฐานสมาชิกผ่านกล่องวันสกาย 1.5 ล้าน สิ้นปีนี้
นายองอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายคอมเมอร์เชียล บมจ.ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า จากแนวทางการพัฒนาธุรกิจของทรูวิชั่นส์ เน้นย้ำการคัดเลือกคอนเทนต์ที่ดีมานำเสนอให้กับสมาชิก ด้วยความพร้อมทั้งด้านฐานสมาชิก และอินฟราสตรักเจอร์ รวมทั้งการบริหารคอนเทนต์ให้เกิดมูลค่า ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเติมคอนเทนต์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มคอนเทนต์ช่องเอชดี จากปัจจุบัน 11 ช่อง เป็น 20 ช่อง จากช่องรายการปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 127 ช่อง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณเดิม เป็นกล่องอัจฉริยะรุ่น "ทรูวิชั่นส์ รุ่น เอชดี พลัส" ซึ่งบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท จะทำให้ทรูวิชั่นส์ สามารถเพิ่มช่องใหม่ และรายการคุณภาพระดับโลกด้วยระบบดิจิตอลได้อีก โดยเริ่มเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณให้สมาชิกแพ็กเกจ แพลทินัม โกลด์ และซิลเวอร์ ภายในระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2554 ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนไปแล้วประมาณ 2 แสนกล่อง และคาดว่าจะเปลี่ยนครบทั้งหมดกว่า 4 แสนกล่องได้ภายในกลางปีนี้ และหลังจากการเปลี่ยนกล่องทั้งหมด จะทำให้ผู้รับชมช่องสัญญาณทรูวิชั่นส์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่สามารถรับชมได้อีก
ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์คอนเทนต์ใหม่ๆ ล่าสุด ได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการจากบีบีซีเพิ่มอีก 4 ช่อง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1 ช่อง ได้แก่ ช่อง BBC Knowledge, BBC Lifestyle, BBC Entertainment และ Cbeebies และสำหรับลิขสิทธิ์ใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์รายการประเภทใดบ้าง ส่วนลิขสิทธิ์กีฬา เช่น พรีเมียร์ลีก ที่จะมีการแข่งขันในช่วงกลางปีนี้ และคาดว่าจะมีคู่แข่งขันรายใหม่ เช่น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้าร่วม ทางทรูวิชั่นส์ ถือว่ามีความพร้อมที่จะแข่งขัน
นายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บมจ.ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การแข่งขันซื้อลิขสิทธิ์กีฬา เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนที่แต่ละบริษัทนำเสนอให้ แต่จะมีเรื่องของความพร้อมในด้านอื่นๆ เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา รวมทั้งผลตอบแทนที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับกลับไป ซึ่งทรูวิชั่นส์มีความพร้อมทั้งจากฐานสมาชิก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านราย และจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ในสิ้นปีนี้ รวมทั้งประสบการณ์ในการพัฒนาคอนเทนต์ และพัฒนาตลาดให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์
สำหรับมูลค่าการแข่งขันที่จะซื้อลิขสิทธิ์ ทรูวิชั่นส์ จะดูที่ความเหมาะสมและความคุ้มค่าคุ้มราคา ถ้าบริษัทอื่นยอมทุ่มเงินจำนวนสูงๆ แล้วทรูวิชั่นส์เห็นว่าเป็นราคาที่ไม่เหมาะสม ก็จะปล่อยคอนเทนต์นั้น แต่เชื่อว่าความสำเร็จของทรูวิชั่นส์ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่ทรูวิชั่นส์สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาคอนเทนต์มากกว่า 20 ปี
นายอรรถพล กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทรูวิชั่นส์ต้องวางกลยุทธ์การซื้อคอนเทนต์ในช่วง 3-4 ปีนี้ เพื่อทำให้สมาชิกทั้งหมดไม่ยกเลิก ไม่ย้ายแพลตฟอร์ม การเลือกซื้อลิขสิทธิ์รายการ เราต้องบริหารไม่ให้ต้นทุนสูงเกินไป ซึ่งเปย์ทีวีส่วนใหญ่ต้นทุนการซื้อคอนเทนต์จะไม่เกิน 30% ของรายได้ ซึ่งที่ผ่านมา สามารถบริหารจัดการคอนเทนต์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทมีคอนเนกชันที่ดีกับเจ้าของลิขสิทธิ์ ทำให้การซื้อลิขสิทธิ์เพิ่ม ไม่ได้เป็นต้นทุนที่สูงเกินจริง
ด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า บริษัทใช้งบลงทุนไม่อั้นสำหรับการซื้อคอนเทนต์ โดยบริษัทจะเข้าประมูลรายการถ่ายทอดสดกีฬาทุกประเภท รวมทั้งลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเตรียมเปิดประมูลเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นต้องมีสตราทิจิก พาร์ตเนอร์ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าการเจรจาจะสรุปภายในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมเปิดตัวแผนธุรกิจทั้งหมดของวันสกาย
นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจกีฬาและพัฒนาธุรกิจ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า จากงบด้านคอนเทนต์ 2,100 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้จัดสรรคอนเทนต์ดังกล่าว เพื่อให้บริการในช่องทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก (Pay TV) และแบบรับชมเป็นรายครั้ง (Pay-Per-View) ของกล่อง วันสกาย ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนมีนาคมนี้ โดยจะมีช่องกีฬาทั้งหมด 6 ช่อง แพ็กเกจละ 350 บาทต่อเดือน ได้แก่ ช่องจีเอ็มเอ็มสปอร์ต, ASN กีฬาอเมริกา, ยูโร สปอร์ต และสปอร์ต พลัส ที่ร่วมมือกับ LIVE TV อีก 3 ช่อง ซึ่งมีแผนจะเปิดเพิ่มเป็น 13 ช่อง ภายใน 3 ปี และแพ็กเกจเอนเตอร์เทน 4 ช่อง ราคาแพ็กเกจ 200 บาทต่อเดือน ได้แก่ ช่องแกรมมี่มูฟวี่ฮิต, ซีรีส์, การ์ตูน และสารคดี ซึ่งช่วงแรกเปิดให้ชมฟรี และจะเริ่มเก็บค่าบริการประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับคอนเทนต์กีฬา ขณะนี้แกรมมี่ถือลิขสิทธิ์อยู่กว่า 20 รายการ อาทิ ยูโร 2012, Carling Cup, ฺBundesliga, แชมเปียนส์ลีก อังกฤษ ดิวิชัน 1, Copa do Brasil, J League, League ฝรั่งเศส, Football Friendly Match, Arsenal TV, AC Milan TV, Dortmund, PSG TV, MUTV, ATP, WTA Tour, TV แบดมินตันโลก, Table Tennis World Series, AIBA Boxing Champions โดยคอนเทนต์ที่คัดเลือกมา จะเป็นคอนเทนต์ที่คนไทยให้ความสนใจ และมีคนไทยไปแข่งขัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ คือ Asian Hero ไทยฮีโร่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,711 5-8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สงครามราคาของ จาน KU ก็อบเขามาบอกต่ออีกที
สมรภูมิจานเล็ก:มองผ่านเลนส์คมโดย... แคน สาริกา
นับตั้งแต่ "พีเอสไอ" เปิดตัวจานดาวเทียมระบบเคยูแบนด์ ภายใต้ชื่อ "พีเอสไอ โอเค" เจาะกลุ่มเป้าหมายกรุงเทพฯ และเขตเมืองในต่างจังหวัด ก็ทำให้ "ตลาดจานเล็ก" คึกคัก เพราะต่างฝ่ายต่างเล่นสงครามราคา
ขาใหญ่เคเบิลอย่าง "ทรูวิชั่นส์" ที่หันมาทำตลาดจานแดงแบบ "2 หัว 1 จาน" ก็ขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัดไปได้มากเหมือนกัน เพราะรับชมได้ ทั้งช่องรายการของทรูวิชั่นส์ และช่องรายการอื่นๆ ที่ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม NSS6 รวมแล้วประมาณ 80 กว่าช่อง
การขยายฐานตลาดล่างของทรูวิชั่นส์ อาจทำให้ "เคเบิลท้องถิ่น" ประสบปัญหาขยายสมาชิกยากขึ้น เนื่องจากเคเบิลท้องถิ่นไม่มี "คอนเทนท์" ของตัวเอง
ยิ่งเจอสงครามขายกล่องของอากู๋แกรมมี่เข้าไปอีก เคเบิลทุนน้อยก็คงต้องดิ้นเพื่อความอยู่รอดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
ส่วนจานเหลือง "ดีทีวี" บริษัทลูกของไทยคม ระบบเคยูแบนด์ มีช่องรายการข่าวคุณภาพ พร้อมทั้งช่องรายการประเภทดูฟรีจากจานดำอีกหลายสิบช่อง
จุดขายของจานเหลืองคือ ช่องรายการสารคดี เช่น ช่องสำรวจโลก, ช่องของดีประเทศไทย และช่องดีไลฟ์ สารคดีฮาวทูที่เจาะตลาดทุกกลุ่ม
สำหรับจานส้ม "ไอพีเอ็ม" ระบบเคยูแบนด์ รับสัญญาณจากดาวเทียม NSS6 มีให้หนังดูเยอะ มีสารคดีให้ดูแยะ มากกว่า 100 ช่องรายการ
ตอนหลังไอพีเอ็มเอาใจคอกีฬา ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1 อาทิตย์ละ 6 คู่ ด้วยสโลแกน "ดูบอลไทย เชียร์คนไทยติดจานส้ม"
นอกจากนี้ ไอพีเอ็มยังซื้อลิขสิทธิ์ "อีเอสพีเอ็นนิวส์" ช่องข่าวกีฬาแบบครบวงจรจากทั่วทุกมุมโลก
น้องใหม่แต่หน้าเก่าอย่าง "พีเอสไอ โอเค" ที่บอกว่ามีช่องรายการ 70-80 ช่องนั้นจะเอาอะไรมาสร้างความแตกต่างจากจานแดง จานเหลือง และจานส้ม
แม้พีเอสไอ จะพยายามบอกผู้จัดจำหน่ายขายจานดำว่า "เวิร์กพอยท์ ทีวี" ของ "เสี่ยตา" ปัญญา นิรันดร์กุล มาเป็นพันธมิตรผลิตรายการเฉพาะพีเอสไอ
แต่ "เวิร์กพอยท์ ทีวี" เพิ่งทดลองสัญญาณภาพ-เสียง และจะเริ่มออกอากาศจริงประมาณต้นเดือนมกราคม 2555 ก็ยังไม่ทราบชัดว่าจะมีกี่ช่อง
เรื่องนี้คงต้องตามดูกันต่อไป เพราะอย่าลืมว่า พีเอสไอเคยสร้างปัญหากับผู้ผลิตคอนเทนท์กรณี "ค่าเรียงช่อง" มาแล้ว อย่างเช่น "อากู๋" ก็ไม่พอใจ ต้องไปทำกล่องมาขายแข่งกับพีเอสไอ
เชื่อว่ามีอีกหลายเจ้าที่เจอแบบอากู๋ แต่จะขยับตัวอย่างไร คงต้องดูสถานการณ์การแข่งขันและการเข้ารับตำแหน่งของ "11 อรหันต์ กสทช."
ที่สำคัญ วันนี้ผู้ผลิตคอนเทนท์มี "ทางเลือก" มากขึ้น ไม่เหมือนวันวานที่ต้องฝากผีฝากไข้ไว้กับพีเอสไอ
แม้พีเอสไอจะเป็นครองสัดส่วนตลาดจานดำมากที่สุด แต่ตลาดจานเล็กก็ต้องสู้กันทุกช็อต เพราะเจ้าเดิมแต่ละรายก็ไม่ธรรมดา
จานดาวเทียมเรามีจานดาวเทียมราคาพิเศษ เรามีทั้งจานดาวเทียมขนาดใหญ่ 150CM และจานดาวเทียมขนาดเล็ก 75 CM โทร 087-1254439 ช่างโด่ง http://satellitenew.blogspot.com
จานดาวเทียมนั้นมีหลายขนาดเรามีทุกขนาดเลยครับแล้วทางเรามีโปรโมชั่นในช่วงนี้และลดราคาพิเศษกับทุกท่านที่ใช้บริการของเรา และบริการหลังการขายเยี่ยมดูได้จาก
http://satellitenew.blogspot.comเรามีทั้งจานดาวเทียมและเสาอากาศเลยครับ 087-1254439 ช่างโด่ง
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554
รับติดตั้วจานดาวเทียม เรามีจานดาวเทียมราคาถูกๆไว้บริการทุกๆท่านอยู่ สอบถามได้ที่ 087-1254439 ช่างโด่งท
ทางร้านของเรามีช่างฝีมือดีไว้บริการทุกท่าน มีประสบการณ์มากว่า 10 ปีแล้วท่านจะคิดมากอีกทำมัยให้เราได้รับใช้ท่านแล้วจะไม่ผิดหวังครับ จานดาวเทียมมีปัญหาปรึกษาเราก่อน
ก่อนที่ท่านจะเสียเงินไปโดยที่ยังดูไม่ได้อีก เรียกใช้เราบริการเราได้เลยครับ 087-1254439 ช่างโด่ง http://satellitenew.blogspot.com
วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554
เสาอากาศสากล METRO 3
เสาอากาศทีวีสากล METRO3 นั้นประกอบไปด้วยเสา สามปี๊กแยกรับได้ดีแถวๆปริมลฑลและก็ใช้ได้กับตัวเมื่องชั้นในของ กรุงเทพๆ
ราคพร้อมติดตั้ง 3500 บาท สนใจสอบถามก่อนได้ที่ 087-125-4439 ช่างโด่ง http://satellitenew.blogspot.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



